
เว็บไซต์ www.me.in.th จัดทำขึ้นโดย กระทรวง วัฒนธรรม
โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วในการจัด เรตติ้ง รายการโทรทัศน์
ในเว็บไซต์ จะเปิดดอกาศให้ประชาชนเค้าไป ลงความเห็นว่า rating ที่ทางรายการได้กำหนดขึ้น(ก็พวก “ท ดูได้ทุกเพศทุกวัย” )
นั้นตรงกับ รายการหรือป่าว ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ มองว่า รายการโทรทัศน์นี้ไม่น่าใช้ เรตติ้ง ที่ ทางรายการบอกเอาไว้
เพราะจริงๆแล้วนั้น เรตติ้งที่ปรากศในจอ ทีวีนั้น ผู้ผลิตรายการเป็น คนประกาศโดยเอา เกณฑ์ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหลัก(เพื่งรู้)
ถ้าหากมีผู้เข้าไปแจ้งมากๆว่าเรตติ้งไม่ตรง ทางกระทรวง ก็จะแจ้งกับเจ้าของ รายการให้ปรับปรุง
โดยในเว็บไซต์ ก็จะให้ความรู้ เกี่ยวกับเรตติ้งรายการโทรทัศน์ และที่ เป็น ระบบ ที่น่าสนใจของเว็บไซต์นี้คือ
ประชาชนสามารถเข้าไปชมรายการย้อนหลัง ได้ถึง 3 เดือน ของทุกช่อง(เจ๋ง)ทำให้เราไม่หลาดรายการดีๆด้วย
เมื่อภาครัฐเปิดโอกาส ให้เราเข้าไปมีบทบาท ในการจัดการสื่อแล้ว เราก็ควรที่จะช่วยกันนะครับ
ยังไงทุกคนสามารถเข้าไป เยี่ยมชมเว็บไซต์ ดีๆอย่างนี้ได้ที่ www.me.in.th

อะไรคือ openID
หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาแล้ว แต่หลายคนก็ยังไม่เคยได้ยิน วันนี้ผมจะ มาอธิบายให้อ่านกันว่ามันคืออะไร
openID คือ username ที่ใช้ได้ทุกที่ๆ support จะได้ไม่ต้องสมัคร สมาชิกกันบ่อยๆ
สำหรับเว็บที่เราจะไปสมัคร openID ได้ ก็ มีอยู่หลายเว็บครับ เว็บพวกนี้จะเรียกว่า openID providers ก็จะมีเว็บที่แนะนำก็คือ myopenID ครับ แต่ถ้าให้อยากจะรูว่ามีเว็บอะไรบ้างก็เข้าไปดูได้ที่ http://wiki.openid.net//OpenIDServers
เมื่อเราสมัครเสร็จก็จะสามารถใช้กับเว็บได้ตาม รายชื่อนี้เลยครับ
แต่สำหรับเว็บในไทยนึกไม่ออกนะ ว่าเว็บไรบ้าง อ่อ ก็จะมีเว็บที่ใช้ wordpress กับ drupal ครับ
จริงๆแล้วก็อยากให้ทุกเว็บมี บริการ openID นะครับ แต่ไหงไม่มีคนทำ(ปูเรื่องเพื่อเขียนต่อเต็มที่)
ผมในฐานะ Webprogramer(กล้าเนอะ) ก็อย่าให้ Webprogramer เอาไปพิจารนาใช้ในเว็บของท่านนะครับ
เพราะมันเป็นเทคโนโลยีใหม่ ข้อดีก็คือจะทำใหเว็บของท่านดูทันสมัย และช่วยโลกร้อน(ตรงไหนเนี่ย)ก็เผื่อท่านใดอยากจะรูว่าจะเอา openid ไปใส่ในเว็บของท่านจะต้องทำยังไง ก็เข้าไปดูที่นี่เลยครับ
เว็บที่เกี่ยวข้องกับ openID
http://thaiopenid.net/
http://openid.net/
http://en.wikipedia.org/wiki/OpenID
ยังไงผมก็จะนำเทคโนโลยีเว็บใหม่ๆ มาให้อ่านกันบ่อยๆนะครับ
หลังจากที่นั่ง หน้าดำ(ดำอยู่แล้ว)คร่ำเครียด ในการเขียน ajax ทั้งวัน ก็ได้รับคำเนะนำจากรุ่นพี่คนนึงว่าให้ลองใช้ myAjaxFramework ดู ตอนแรกก็หวั่นๆเพราะเห็นว่า Framework อื่นก็จะมีการสร้างภาษาขึ้นมาใหม่ซึ่งอาจทำให้เรางง แต่ myAjaxFramework ไท่ได้เปลี่ยนโครงสร้างภาษาครับ เพราะ Framework นี้ จุยุบ บรรทัด xmlhttp request , check stage ไปไว้ในไฟล์นี้ ตามหามานาน(แค่วันเดียวเนี่ยนะ) คนอื่นอาจไม่ชอบนะครับ เพราะบางอย่ามันยังต้องเขียนเหมือนเดิมอยู่ แต่ผมชอบเพราะขี้เกียจเรียนรู้ ภาษาแบบต่างๆมาก เดี๋ยวงง ก็ยังไงก็เอามาฝากกันนะครับ เดี๋ยว ใครอยากจะลองก็โลหดไปได้นะครับ
Filed under: คอมพิวเตอร์computer | ป้ายกำกับ: calendar, computer, google, sms

ตอนนี้ Google ได้ออกบริการต่างๆมามากมายให้เราได้เลือกใช้กัน แทบจะเรียกว่า Google convergent กันได้เลย(โหขนาดนั้นเลย) แล้วบริการหนึ่งของ Google ที่จะเอามา ให้ดูกันวันนี้คือ Google calendar บริการนี้ เป็นบริการปฎิทินนัดหมายครับ หลายคนคงจะถามว่า มีดี กว่า outlook ตรงไหน อ่าเดี๋ยวตอบให้
อย่างแรกครับ บริการนี้อยู่บนเว็บครับ ทำให้คุณสามารถเปิดดูและแก้ไขจากที่ไหนก็ได้(แต่ต้องมี internet นะ)
อย่างที่สองอันนี้เจ๋งสุดๆ เราสามารถให้ GoogleCalendar แจ้งเตือนเราผ่าน sms ได้ฟรีๆ ไม่น่าเชื่อ
อ่อมีอีกอย่างครับเราสามารถแชร์ calendar ของเราได้ครับเอาไว้ใช้เวลาที่เป็นปฏิทินของบริษัทหรือกลุ่มใหญ่ๆอะครับ เห็นมั้ย ครับของดีแล้วก็ฟรีมีจริง เอาละเราเข้าไปดูกันเลย
calendar.google.com

ถ้าเรามี Account ของ Google อยู่แล้วก็ login ได้เลยนะครับ Google นี่เค้า one account all service จริงๆ

เข้ามาแล้วครับ Interface เข้าใจง่ายครับ ถ้าใครเคยใช้ outlook นี่สบายเลย

สร้างนัดหมายก็ง่ายๆ ครับแค่คลิก แล้วก็กรอกชื่อเหตุการณ์ แก้ไขก็แค่คลิกเหมือนกันครับ
เอาละต่อมาเป็นการตั้งค่า feature เด่นที่สุดการส่ง sms

คลิกการตั้งค่า

คลิก ตั้งค่าอุปกรณ์เคลื่อนที่

กรอกเบอร์โทรศัพท์ แล้วก็กดส่งรหัสยืนยัน ระบบจะส่งรหัสยืนยันมาให้ทาง sms แล้วเราก็เอารหัสยืนยันมากรอกครับ
ต่อมาก็เป็นการตั้งให้เตือนผ่าน sms ครับ

คลิกที่เหตุการณ์ที่สร้างไว้ครับ เลือก แก้ไขรายละเอียดเหตุการณ์

เลือก เพิ่มการเตือนความจำ

เลือกให้เป็น sms แล้วก็หนดเวลาว่าให้ส่งมาถึงก่อนเหตุการณ์นานเท่าไหร่
เสร็จ แล้วคร้าบ
จริงๆแล้ว Google calendar มี feature อื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นแสดงภาวะอากาศ การสร้างปฏิทินพร้อมกันหลายๆปฏิทิน และการใช่ปฏิทินร่วมกัน และอีกมากมายครับ ยังไงเพื่อนๆก็ลองไปศึกษากันดูนะครับ

หลายคน(รวมถึงผมด้วย)อาจะติดใจกับ features expose ของ osx วันนี้เลยจะเสนอโปรแกรม My Exposé
ที่จะทำให้ windows vista มี features ที่มี features expose เหมือนกัน โปรแกรม My Exposé เป็น opensource ครับ สามารถโหลดได้ที่
http://blogs.labo-dotnet.com/simon/archive/2006/11/08/11485.aspx
แต่โปรแกรมนี้ต้องใช้ Microsoft Visual C++ 2005 Redistributable Package ด้วยนะครับ โหลดได้ที่ http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?familyid=32BC1BEE-A3F9-4C13-9C99-220B62A191EE&displaylang=enนะครับ
Filed under: คอมพิวเตอร์computer | ป้ายกำกับ: biometric scan, computer, webcam
Login อย่าง hi-tech ด้วย ระบบสแกนใบหน้า
เริ่มด้วยเอนทรีแรกแบบมีสาระมากมาย
ในตอนนี้กระแส biometric scan ด้วยการ สแกน ใบหน้าค่อนข้างมาแรง notebook ใหญ่ๆบางยี่ห้อก็ได้ทำการเพิ่ม คุณสมบัตินี้เข้าไปเหมือนกัน
แต่ก็มีคำถามตามมา(ถามเองนี้เหละ) ว่าถ้าเราไม่ได้ใช้ notebook ยี่ห้อ นั้นแล้วจะสามารถ ใช้ความสามารถ scan ใบ หน้าได้หรือป่าว
วันนี้ผมเลยมีคำตอบมาให้ว่า…. ได้ครับ(ไม่ได้แล้วจะมาเขียนทำไม)
โดย เราจะใช้โปรแกรมที่มีชื่อว่า lemon screen และ ที่สำคัญโปรแกรมนี้ ฟรี!
เอาละเรามาเริ่มกันเลย
สิ่งที่เราต้องมี
1.web Cam
2. Computer ที่ติดตั้ง os windows 98/me/2000/xp/vista (จากที่ลองใช้ใน vista sp1 ไม่มีปัญหานะครับ)
การ download โปรแกรม
ให้เราเข้าไปที่ http://www.keylemon.com/

ให้เราคลิกที่ download lemonscreen นะครับ

หลังจากนั้นทางเว็บไชต์จะให้เรากรอก email(ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าให้กดดาวน์เลยไม่ได้)แล้วก็กด ok ครับ

รอซักครู่ email ที่มีหน้าตาแบบนี้จะส่งมาถึงเรา แล้วก็คลิกที่ link เลยครับ เพิ่มเติมเล็กน้อยครับ ถ้าเรากดดาวน์โหลดไปแล้วเราจะต้องรออีก 24 ชั่วโมงนะครับ ถึงจะโหลดได้อีกครั้ง

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว เราก็ ดับเบิ้ลคลิกที่ตัว setup ครับ ก็ กด next ไปเรื่อยๆพอลงโปรแกรมเสร็จก็กด close

หลังจากนั้นก็ต่อ webcam เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ แล้วก็ คลิกที่ icon LemonScreen บน desktop เลยครับ

นี่คือหน้าจอของโปรแกรมครับ แถบสีเขียวที่เห็นแสดง ถึงความสมบูรณ์ของใบหน้าครับ ส่วนกรอบแดงๆบนใบหน้าจะวิ่งตามใบหน้าเราไปเรื่อยๆครับ
ขั้นตอนต่อไปเป็นการบันทึกใบหน้าครับ

ใส่password เพื่อใช้ในการ update ใบหน้า และ ใช้ในกรณีที่เราสแกนใบหน้าไม่ผ่านครับ กรอก password แล้วก็ คลิก enroll model

เมื่อบันทึกเสร็จเรียบร้อย จะมีแถบสีเขียวเพิ่มมากอีอัน แถบอันนี้จะแสดงให้เห็น ถึง ความตรงกันของใบหน้าที่บันทึกไว้นะครับ
เอาละมาถึงการทดสอบว้าใช้งานได้หรือป่าว โดยการ restart เครื่องครับ

หลังจากเปิดเครื่องมาจะเจอหน้าจอแบบนี้ครับ เมื่อแถบทั้งสองอันเป็น สีเขียว โปรแกรมก็จะlogin ให้เราโดยอัตโนมัติ
อ่อ ลืมบอกไปนิดนึง ถ้าเราตั้ง password เข้า windows ไว้ เราจะต้องใส่ password ก่อนนะครับถึงจะเข้ามาเจอหน้าจอนี้
เอาละครับ แค่นี้เราก็มี ระบบสแกนใบหน้าใช้แล้วครับ เย้!!
ข้อแนะนำ
1.จากการทดลองใช้นะครับ ทุกครั้งที่เรา ถอด webcam ออกจากเครื่อง จะต้องบันทึกใบหน้าใหม่ เพราะ ฉะนั้นโปรแกรมนี้จึงเหมาะกับ notebook มากกว่านะครับ
2.เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็น โปรแกรม ประเภท images processing จึงอาจมีปัญหาในที่แสงน้อยนะครับ